ฟิลเลอร์ คืออะไร
ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารประกอบธรรมชาติที่มีอยู่ในผิวของเราอยู่แล้ว นำไปผ่านการ Cross-linked ทำให้ได้เนื้อเจล โดยแพทย์จะใช้ฉีดเข้าใต้ผิวหนังเพื่อไปเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปบนใบหน้า ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก ปรับรูปหน้า และกู้ผิวโทรมให้กลับมาฟูอิ่มน้ำได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัด
ฟิลเลอร์ทำหน้าที่อะไร
หน้าที่ของฟิลเลอร์คือเข้าไปทดแทนปริมาณเนื้อผิวในจุดที่ขาดหายไป หรือปรับแต่งโครงสร้างใบหน้าเดิมให้ได้สัดส่วนที่ลงตัวและสมดุลมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 เรื่องหลักๆ
- ปรับโครงสร้างใบหน้า : หนุนชั้นผิวเพื่อปรับเปลี่ยนรูปทรงใบหน้า เช่น คาง ขมับ หรือหน้าผาก ให้ดูละมุนและได้รูปทรงตามที่ต้องการ
- ปรับแต่งทรงเฉพาะจุด : เพิ่มวอลลุ่มเพื่อเปลี่ยนลุคหรือดีไซน์ทรงสวยๆ เช่น ปั้นทรงปากกระจับ หรือเติมมุมปาก
- ปรับบาลานซ์ใบหน้าสองข้าง : เสริมเนื้อผิวในส่วนที่พร่องหรือยุบตัวไม่เท่ากัน เพื่อให้ใบหน้าทั้งสองซีกดูสมมาตรและเท่ากันมากขึ้น
ฟิลเลอร์แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
นอกจากจะช่วยเรื่องการปรับแต่งรูปหน้าให้สวยงามแล้ว ฟิลเลอร์ HA ยังทำหน้าที่เป็นเหมือน "ตัวช่วยซ่อมแซม" ที่เข้าไปจัดการกับปัญหาโครงสร้างใบหน้าที่หลากหลายได้อย่างตรงจุด
หน้าสั้น / คางตัด / คางถอย
ช่วยปั้นแต่งทรงคางให้ยาวเรียวและละมุน ทำให้สัดส่วนใบหน้าได้รูปขึ้นทันที
หน้าแบน / ขมับยุบเป็นแอ่ง
เติมเต็มช่วงขมับที่บุ๋มลึก หน้าผากที่แบนราบและหน้าแก้มทรุด ให้กลับมาเต็มอิ่มและได้สโลปที่สวยงาม ลดความแข็งของใบหน้า ให้หน้าดูหวานขึ้น
ปากบาง / ปากคว่ำ
เติมวอลลุ่มให้ปากดูอวบอิ่ม ขอบชัด ลดร่องลึก และยกมุมปากที่ตกให้ดูยิ้มละมุนขึ้น
เบ้าตาลึก / ใต้ตาโบ๋
เติมเต็มชั้นผิวใต้ตาที่คล้ำลึกหรือกระดูกที่ยุบตัวลงให้เรียบเนียนเสมอกัน ช่วยให้ใบหน้ากลับมาดูสดใส ไม่เหนื่อยล้า
ร่องลึกบริเวณใบหน้า
เช่น ร่องแก้มลึก หรือร่องน้ำหมาก ร่องแก้มตอบ โดยการเข้าไปพยุงโครงสร้างลึกเพื่อเติมเต็มร่องเหล่านี้ให้ตื้นขึ้น ผิวหน้าจึงเรียบเนียนเป็นระนาบเดียวกัน
ใบหน้าซ้าย-ขวาไม่เท่ากัน
เติมเต็มเฉพาะจุดที่พร่องกว่าเพื่อปรับใบหน้าทั้งสองซีกให้ดูสมดุลกันมากขึ้น
ฟิลเลอร์ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง
ฟิลเลอร์สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งเกือบจะทั่วทั้งใบหน้า เพราะเนื้อเจลของฟิลเลอร์ HA ถูกออกแบบมาให้มีหลายโมเลกุล ตั้งแต่เนื้อแข็งไปจนถึงเนื้อนิ่ม แพทย์จึงสามารถนำมาออกแบบเพื่อปรับแต่งโครงสร้างหน้าและเติมเต็มเนื้อผิวได้แทบทุกจุด ขึ้นอยู่กับปัญหาใบหน้าของแต่ละคน โดยตำแหน่งที่คนนิยมฉีดกันมากที่สุด มีดังนี้
- ใต้ตา : เติมเต็มเบ้าตาที่ลึกหรือยุบตัวให้ดูฟู เรียบเนียน ผิวรอบดวงตาดูสดใสขึ้น
- คาง : ปั้นทรงคางให้ยาวเรียว แก้มุมหน้าสั้น เพื่อปรับรูปหน้าให้เป็น V-Shape รับกับใบหน้า
- ปาก : เพิ่มความอวบอิ่ม ยกมุมปาก หรือออกแบบทรงกระจับให้รูปปากดูสวยได้รูปยิ่งขึ้น
- ร่องแก้ม / ร่องมุมปาก : เติมเต็มร่องลึกข้างแก้มให้ตื้นขึ้นและเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ
- ขมับ : เติมเต็มขมับที่เว้าบุ๋มเป็นแอ่ง ช่วยปรับให้กรอบหน้าด้านบนดูละมุน เป็นสโลปสวย
- หน้าผาก : เติมเต็มหน้าผากที่แบนหรือบุ๋มเป็นร่อง ให้ดูกลมนูนและมีมิติเวลาหันข้าง
ฟิลเลอร์ อันตรายไหม
ในมุมมองทางการแพทย์ HA ฟิลเลอร์ แทบไม่มีความอันตรายในตัวเอง เพราะมันถูกออกแบบมาให้เลียนแบบสารในร่างกายมนุษย์ จึงเข้ากับเนื้อผิวได้ดีและสลายไปเองได้ แต่ที่หลายคนยังกังวลกับคำว่า "หน้าพัง" หรือ "ผลข้างเคียงร้ายแรง" นั้น ต้นตอที่แท้จริงเกิดจาก 3 ปัจจัยนี้มากกว่า
- กับดักของสารแปลกปลอม (สารที่ไม่สามารถสลายเองได้) : ปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ได้เกิดจาก HA แท้ แต่เกิดจากสารเติมเต็มราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งร่างกายไม่รู้จักและไม่สามารถส่งเอนไซม์มาย่อยสลายได้ เมื่อปล่อยไว้นานๆ สารเหล่านี้จะเริ่มจับตัวเป็นก้อนแข็ง อักเสบ หรือไหลย้อยผิดรูป ซึ่งแก้ไขยากมากเพราะต้องใช้การผ่าตัดขูดออกเท่านั้น
- ความเสี่ยงจากการฉีดเข้าเส้นเลือด : บริเวณใบหน้าเป็นศูนย์รวมของตาข่ายเส้นเลือดขนาดเล็กที่เชื่อมโยงถึงกัน หากผู้ฉีดไม่มีความชำนาญในการหลบเลี่ยงเส้นเลือด และเผลอฉีดสารเข้าไปอุดตัน ทิศทางการไหลของเลือดจะถูกบล็อกทันที ซึ่งอาจส่งผลให้เนื้อเยื่อโดยรอบขาดออกซิเจนจนเสียหาย เกิดเนื้อเน่าเนื้อตาย หรือในเคสที่วิกฤตที่สุดคือสารวิ่งไปอุดกั้นเส้นเลือดส่วนที่เชื่อมกับดวงตาหรือสมอง เกิดภาวะตาบอดหรือสโตรค (Stroke) แบบฉับพลันได้
- การวางตำแหน่งผิดชั้นผิว : แม้จะเป็นสารแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าแพทย์เลือกวางฟิลเลอร์ไม่ถูกจุดหรือยังไม่ชำนาญเพียงพอ ก็จะส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นดูเป็นคลื่น นูนเป็นก้อน หรือดูแข็งทื่อไม่เป็นธรรมชาติเวลาขยับแสดงสีหน้า
ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์
- เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ทันที : จุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดคือความรวดเร็ว สัดส่วนใบหน้าจะเปลี่ยนรูปทรงไปในทิศทางที่ต้องการทันที ไม่ต้องนอนรอให้หายระบมหรือรอให้แผลเข้าที่เหมือนงานผ่าตัดใหญ่
- ไม่ต้องพักฟื้น : กระบวนการทำใช้เพียงเข็มขนาดเล็กเปิดผิว จึงไม่มีแผลเย็บหรือรอยแผลเป็นยาวๆ หลังทำเสร็จอาจมีแค่รอยเข็มเล็กๆ หรืออาการตึงชั่วคราว ซึ่งสามารถแต่งหน้ากลบและออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 24 ชั่วโมง
- มีความยืดหยุ่นสูง ปรับแก้และดีไซน์ใหม่ได้ตลอด : นี่คือข้อดีที่เหนือกว่าการใส่ซิลิโคนถาวร เพราะถ้าฉีดไปแล้วรู้สึกว่ายังไม่เข้ากับหน้า หรืออยากเปลี่ยนทรงตามเทรนด์ใหม่ แพทย์สามารถใช้เอนไซม์ธรรมชาติมาฉีดสลายสาร HA ออกได้หมดอย่างปลอดภัย หรือจะนัดมาทยอยเติมเพิ่มทีละนิดก็ทำได้ง่าย
- ขยับหน้าได้พริ้วไหว ไม่แข็งทื่อ : เนื่องจากฟิลเลอร์แท้มีโมเลกุลที่ยืดหยุ่นสูง มันจึงสามารถกลืนไปกับชั้นผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เวลาเราพูด ยิ้ม หรือหัวเราะ เนื้อเจลจะขยับตามกล้ามเนื้อหน้าได้อย่างลื่นไหล ไม่ดูเป็นก้อนแข็งหรือดูโป๊ะเวลาแสดงอารมณ์
- ผิวดูฉ่ำน้ำ สดใสจากภายใน : นอกจากรูปหน้าจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้ว พลังในการกักเก็บน้ำของสาร HA ยังช่วยปลุกผิวบริเวณนั้นให้ดูฟู อิ่มเด้ง และดูมีความชุ่มชื้นสะท้อนแสงขึ้นมาทันที ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ครีมบำรุงผิวทั่วไปทำไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง
- งดยากลุ่มต้านการอักเสบและต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ไอบูโพรเฟน แอสไพริน
- งดวิตามินอาหารเสริม เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดแปะก๊วย หรือโสม เพื่อลดโอกาสผิวเกิดรอยเขียวช้ำหรือบวมแดงยาวนานกว่าปกติ
- งดทาสกินแคร์ผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA BHA เรตินอล
- งดเลเซอร์หน้า นวดหน้า ขัดผิว อย่างน้อย 3 วัน เพื่อปล่อยให้ชั้นผิวอยู่ในสภาวะที่แข็งแรงและสงบที่สุด ไม่เกิดการระคายเคืองหรืออักเสบสะสมก่อนเริ่มฉีด
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้ผิวช้ำและบวมง่ายขึ้น
- งดออกกำลังกายหรือการเข้าซาวน่า เพื่อควบคุมไม่ให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานหนักเกินไป ซึ่งจะช่วยลดการบวมช้ำหลังทำได้ดีขึ้น
* ปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนหยุดยาทุกครั้ง
วิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
- ห้ามกด นวด บีบ ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก บริเวณที่เพิ่งฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนย้ายตำแหน่ง บิดเบี้ยว หรือเสียรูปทรง ยกเว้นแพทย์อนุญาตให้ทำได้
- งดการแต่งหน้าหรือทาสกินแคร์ที่ผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA BHA เรตินอล บริเวณรอยเข็มอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง เพื่อรอให้ผิวปิดสนิทดีก่อน ป้องกันสิ่งสกปรกเข้าสู่แผลจนเกิดการติดเชื้อ
- งดการเข้าซาวน่า อบไอน้ำ แช่น้ำอุ่นจัด หรือทำเลเซอร์ความร้อนสูง เพราะอุณหภูมิที่ร้อนเกินไปสามารถเร่งปฏิกิริยาให้สาร HA สลายตัวไวขึ้นกว่าปกติ
- งดอาหารประเภทสุกๆ ดิบๆ อาหารรสจัดจ้าน อาหารหมักดอง และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันไม่ให้หลอดเลือดขยายตัวและลดโอกาสเกิดการอักเสบระคายเคือง
